4th Japan trip : Matsushima with tsunami-chan

posted on 11 Mar 2010 10:44 by getsuyoubi in Journey

 

 

 

เหมือนได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนนน....

กร๊ากกกกกกกกกกกก

 

กรีดเหมือนกันคร่ะ มะคืนเล่นเอาสองพี่น้องนอนไม่หลับ  

 

โดยส่วนตัวไม่ได้มายด์เรื่องถ่ายกับผู้หญิงหรืออะไรนะ

บอดี้กับความเซ็กซี่ของนุ้งแจ มันก้อน่าถูกจับถ่ายหนังสือเล่มนี้อยุ่แระ

(เพิ่งจะแซว ๆ กะนุ้งซูมินไป ว่าถ้าลุยเดี่ยวไปยุ่น ระวังโดนจับถ่ายเล่มนี้นะ ป้าดดด....ไม่ทันขาดคำ  )

แต่ที่มันตะหงิด ๆ คือ...ไงดีล่ะ

อยากให้ถ่าย แต่ก้อ..ไม่อยากให้ถ่าย --> สับสนในตนเอง กร๊ากกกกก

อยากเห็นเองด้วย (อ้าววว) และก้ออยากให้ลูกดังเปรี้ยงงง !! (มันเปรี้ยงแน่ ๆ ถ้าถ่ายเต็มสตีมของเล่มนี้)

แต่... 

คือ อิมเมจของนุ้งแจที่เกากะที่ยุ่นไม่เหมือนกัน ที่เกาอาจจะเปิดนู่นเปิดนี่บ่อย ๆ แต่ที่ยุ่นนี่ ไม่เคยเลย

อาจจะเพราะอิมเมจของโทโฮชินกิมันกางกั้นอยู่

อย่าง Tarzan mag ที่เคยถ่ายไป เล่มนั้นก้อเน้นเปิดเผยเนื้อตัว (แต่ไปทางพลัง K ซะมากกว่าจะเอโระ) แต่เค้าก้อเซฟให้พอสมควร เลยออกมาอย่างที่เราเห็นกัน

แต่ตอนนี้ เป็นเจจุงอะโลน ไม่รู้ว่านุ้งแจจะถ่ายออกมาแบบไหน

คือไอ้เล่มนั้น มันก้อไม่ได้เซ็กซี่ เอโระ เปิิดมากก แนบบแน่น(กะชะนี)ไปซะหมด แบบใกล้เคียงแม็กกาซีนทำมะดามันก้อมีอยู่

แต่ด้วยตัวตนของนุ้งแจ เป็นปร้าา ก้อจับถ่ายเซะซี่คร่ะ  (ก้อมันน่าดูออกขนาดน้านนนน......หื่นใส่ลูก  )  

แบบว่า...ยังอยากจะให้ถ่ายออกมาเป็น tohoshinki no Jejung ไม่ใช่ Kim Jejung อ่ะ

งุงิ ๆ  

 

เก็ทมะมะรุ ตัวเองยังสับสน

กร๊ากกกกกกกกกกก

 

 

คิดมากเกิ๊นนน

(เรื่องลูกคนนี้ ตีตนไปก่อนไข้ตร่อดอ่ะ  )

 

 

ไปเที่ยวดีกว่า

 

 

 

Day 3 : Matsushima with tsunami-chan

 

"อิปร้ามหาภัย"

ได้ฉายานี้มา ก้อเพราะเหตุการณ์วันนี้  

 

วันนี้เราจะไปเที่ยวมัตสึชิม่ากันคร่ะ

อันว่ามัตสึชิม่านั้น เป็นสถานทีท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของเมืองเซ็นได อยู่ริมชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกของเกาะญี่ปุ่น เค้าบอกว่า เป็น 1 ใน 3 best scene in Japan เรยทีเดียว (อีกสองที่คือ มิยาจิม่า กับอามาโนะฮาชิดาเตะ)

แต่ก่อนมา เคยเห็นรูปที่เค้าไปเที่ยวแล้วถ่ายมากัน ก้อ....ไม่ได้คาดหวังอะไรเท่าไหร่

กร๊ากกกกกกกกกกกกก

และไปในฤดูนี้ ที่อากาศขมุกขมัวนี่ มันแบบว่า.....

 

ออกเดินทางจากเซ็นได ด้วย JR สายโทโฮขุ ไปลงที่สถานีมัตสึชิม่าไคกันคร่ะ

ใกล้ ๆ สถานีมีสถานที่สำคัญคือ เรือนชาคันรันเท

 

เรือนชานี้เดิมสร้างขึ้นที่เมืองเกียวโต โดย โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ ภายหลังมอบใ้ห้เป็นของขวัญแก่ ดาเตะ มาซามูเนะ เจ้าเมืองเซ็นได (ท่านซามูไรตาเดียวผู้โด่งดังนั่นเอง) ก้อย้ายข้ามเมืองกันมาทั้งหลังนี่ล่ะคร่ะ

 

เก็บภาพสักนี้ดดด

วันนั้น หนาวมากกกกกกกก  อากาศ 5-6 องศา กับลมทะเลนี่มันสุดยอดดดดด

 

เดินอ้อมไปหาประตู

 

ด้านใน สวนแบบญี่ปุ่น งามมั่ก

 

เค้ามีจัดเซ็ทชงชาให้ด้วย แต่ตอนนั้นไม่มีฟิล เรยเดินเล่นต่อคร่ะ

ระหว่างทางก้อไปป๊ะเข้ากับร้านนี้

 

กลิ่นหอมเตะจมูก ไม่ลองไ่ม่ได้แระ กับ "คากิคาเระปัง"

คากิ หรือ หอยนางรม เป็นของขึ้นชื่อของมัตสึชิม่าคร่ะ

แร้วก้อไม่ผิดหวัง อร่อยมว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก  แป้งกรอบนอกนุ่มในมั่ก ๆ แกงกะหรี่ก้อหอมม แถมด้วยหอยนางรอมตัวเบ้อเร่อ (ไม่สามารถถ่ายให้เห็นได้ 55+)

 

 

เริ่มมีแรงแระ (ตอนแรกหงอย ๆ 55+)

ไปเดินชมวัดกันดีกว่าคร่ะ 

(ทั้ง ๆ ที่มามัตสึชิม่า ที่ขึ้นชื่อเรื่องเกาะนับร้อยในทะเล แต่ปร้ากลับแฮปปี้กับวัดนี้มากกว่าแฮะ >.<

แกร่จิง อะไรจิง กร๊ากกกกกกกกก) 

วัดซุยกันจิ

 

พระพุทธรูปจิโสะ

 

ทางเดินที่เต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่

 

สนสูง ๆ มอสเขียว ๆ  

 

อายุกี่ร้อยปีกันนะนี่

 

พระเอ็นเม จิโสะ

 

ความสำคัญ..

เชิญอ่าน กร๊ากกกกกกกกกกกก

 

ซื้อตั๋วเข้าชมด้านในได้จากเครื่องขายอัตโนมัติ (เทคโนโลยีที่แทรกอยู่ในบรรยากาศแบบโบราณ)

 

 

 

ภายในวิหารเป็นเหมือนมิวเซียม มีวัตถุโบราณเีพียบเรยคร่ะ

น่าเสียดายที่เ้ค้าห้ามถ่ายภาพด้านใน

 

นี่คือวิธีดูแลต้นไม้ในฤดูหนาวของชาวยุ่น พบเห็นได้ทั่วไปเรยคร่ะ (แม้แต่ในชนบทก้อเห็นลักษณะนี้)

เข้าใจว่า เป็นวิธีรักษารูปทรงของต้นไม้ ไม่ให้เสียหาย ในช่วงหิมะตก

พิถีพิถันกันมากก 

 

ก่อนเข้าวัดทุกครั้ง

 

ภายใน สถานที่กว้างขวางกว่าที่คาดมากก มีอะไรให้ดูมากมาย ใ้ช้เวลามากกว่าที่คิด

เจาะกันแบบนี้เรย

(แต่ยุ่นนี่ เจาะเขาเก่งจิง ๆ คร่ะ จากทริปนี้ที่นั่งรถไฟในพื้นที่ที่เป็นภูเขาซะมาก ได้นั่งผ่านอุโมงค์ที่เค้าเจาะช่องเขาเยอะเรยยย อะเมซซิ่งมากกกก)

 

 

ก่อนออก เดินไปทางเดินด้านข้าง

 

มอสปกคลุมทุกพื้นที่

ให้อารมณ์เหมือนอยู่ในป่า 

เนินเขาถูกเจาะเป็นช่อง ๆ เหมือนถ้ำเต็มไปหมด

 

 

พระคันนอน (พระแม่กวนอิม) เรียงราย

 

นับสิบ ๆ องค์

 

ทุกองค์มีป้ายชื่อกำกับ

อย่างเช่นองค์นี้ เซ็นจูคันนน หรือ กวนอิมพันมือคร่ะ (อ่านออกแค่นี้ กร๊ากกกกกกกก)

 

ออกจากวัดมา ก้อเดินเล่นต่อ

มุ่งหน้าสู่โกไดโด

 

บนเกาะ(เล็ก ๆ) นี้ มีวิหารที่ประดิษฐานเทพเจ้าเมียวโอ หรือวิทยราชาทั้ง 5 ผู้คุ้มครองศาสนาพุทธ ตามลัทธิมหายาน ซึ่ง 33 ปี จะเปิดให้นมัสการครั้งนึงคร่ะ ล่าสุดที่เปิดให้ชมคือปี 2006 -  - 

 

จากเกาะโกได มองออกไปจะเห็นสะพานแดงข้ามไปเกาะฟุคุุอุุระ (ฟุุคอุุระจิม่า) ด้วย 

สะพานนี้มีความเชื่อเล็กน้อย เค้าว่ากันว่า คู่รักที่เดินจับมือกันข้ามสะพานจนไปถึงเกาะฟุคุอุระ จะรักกันยั่งยืน

คงเพราะตัวสะพานมันยาว 252 เมตร เอาระยะแค่นี้มาวัดใจ  

 

วิวของมัตสึชิม่า ซึ่งเป็นบริเวณที่มีเกาะแก่งเล็ก ๆ ร่วม 200 เกาะ มีเรือท่องเที่ยวให้นั่งชมอ่าวด้วยคร่ะ

แต่สำหรับปร้า ที่เคยปีนหน้าผาขึ้นไปชมวิวของหมู่เกาะอ่างทองมาแระ

ที่นี่นี่...ไม่ได้สวยงามกว่าทะเลภาคใต้บ้านเราเรยคร่ะ

(แต่อาจให้อารมณ์ความงดงามแบบญี่ปุ่นเนะ เหมือนดูบอนไซขนาดยักษ์ในน้ำอ่ะ)

 

โทษอากาศขมุกขมัวด้วยละกัน ความงดงามลดลง 70 ปูเซ็ง -  -

ใกล้เที่ยงแระ ท้องร้องงง....

เดินผ่านคามาโบโกะของขึ้นชื่อไปอย่างน่าเสียดาย เพราะมีเป้าหมายอื่น

(คามาโบโกะ หรือลูกชิ้นปลาของที่นี่ จะมีลักษณะพิเศษ คือทำเป็นรูปใบไผ่คร่ะ)

 

ถึงแล้วววว

มัตสึชิม่า ซูชิโค (นุ้งสาวหาข้อมูลตามเคย เป็นร้านแนะนำของที่นี่ด้วยเนะ) 

 

บรรยากาศในร้าน ไ่ม่ใหญ่โตอะไรเรย

 

เมนูหลากหลาย

 

สั่งข้าวหน้าซาชิมิรวมอย่างว่อง

ระหว่างรอมีออเดิร์ฟให้ด้วย

เป็นมากูโร่ราดมันบด อร่อยมว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก  

 

แค่ออเดิร์ฟก้อเริ่ดแระ

มาถึงเมนดิช ข้าวหน้าซาชิมิรวม

โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก  สุโก้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

 

ทั้งมากูโร่ กุ้ง ปู อุนิ ปลาหมึก หอยปีกนก(ตัวใหญ่โฮกกกก ของโปรดอิปร้า) หอยโฮตาเตะ กั้ง มีอะไรอีกจำไม่ได้

แต่สดและอร่อยมากกกกก  ที่สำคัญ ข้าวซูชิของเค้าชนะเริ่ดดด ปรุงรสได้เปรี้ยวอมหวานถูกใจมาก ๆๆๆ คร่าาา

เอาไปเรย ร้อยเต็มสิบ  เป็น 2,600 เยนที่่คุ้มมว๊ากกกกกกกกกกกก

ปิดท้ายด้วยของดีมัตสึชิม่า

ยากิคากิ หอยนางรมย่าง สด อร่อยยยยยย โฮก ๆๆๆ

ราคาเท่าที่ขายริมทางเรยคับ ตัวละ 200 เยน

  

แล้วก้อได้เวลาเดินทางกลับเซ็นได

แวะเติมพลังซักนี้ดดด  (ทุกวันจิง ๆ)

 

ใส่วอร์มเมอร์เหมือนเคย มีคนถามว่าไม่หนาวหรือ

...

หนาวคร่ะ กร๊ากกกกกกกกกก

แต่ไม่อยากใส่ถุงมือ เพราะมันถ่ายรูปไม่ถนัดอ่ะคร่ะ ใส่วอร์มเมอร์ โผล่วนิ้วออกมามันสะดวกดี (ทนหนาวเอา ทุ่มเทคร่อด ๆ 55+)

แต่พอจะไปขึ้น JR ปรากฏว่า...

ปิด

 

รถไฟยุ่นปิดทำการ

ป้าดดดดดดดดดดดดด  ไม่น่าเชื่อออออออออออออออ

แต่ก้อต้องเชื่อ -  -"

เนื่องจากเค้าประกาศเฝ้าระวังสึนามิคร่ะ แล้วเซ็นไดที่อยู่ริมฝั่งทะเลตะวันออกของยุ่น ก้อเป็นพื้นที่สีแดงพอดี๊

เจอาร์ที่วิ่งเลีียบชายฝั่งเลยปิดการทำงานหมด เพื่อความปลอดภัย

อ้าววว...

แล้วอิชั้นจะกลับเซ็นไดยังไงล่ะคระคู๊ณณณณณณณณณณ   

 

แท็กซี่ คือคำตอบสุดท้าย

 

ปาดเหงื่อ เพราะเคยนั่งแท็กซี่ที่ยุ่นแระ เลือดสาดดด....ทุกนัด กร๊ากกกกกกกกกกกก

รอบนี้นั่งจากมัตสึชิม่าเข้าเมืองเซ็นได ประมาณครึ่งชั่วโมงได้ (รถติด เหมือนเค้าอพยพออกนอกเขตชายฝั่งกันคร่ะ)

เจอไปเกือบ 8000 เยน

 

อัปป้ายังสยองแท็กซีุ่่ยุ่นจนบัดเน้ กร๊ากกกกกกกกกกก (แต่ทริปนี้นั่งแท็กซี่บ่อยจิง อะไรจิงคร่ะ มีเหตุให้ต้องนั่งอยู่เรื่อย -  -)

กลับไปถึงเซ็นได ก้อขนข้าวขนของมาทีสถานี JR เซ็นได เตรียมออกเดินทางต่อไปที่เมือง Aisu wakamatsu คร่ะ

โชคดีที่ชินคันเซ็นไม่หยุดวิ่ง เพราะเส้นทางรถจะอยู่ห่างชายฝั่งเข้าไปในแผ่นดินเยอะอยุ่คร่ะ 

คราวนี้เราจะนั่งชินคันเซ็นที่มีชื่อว่า Max Yamabiko ซึ่งวิ่งอยู่ในภูมิภาคโทโฮขุ และเกร๋ไกร๋ด้วยการเป็นชินคันเซ็นสองชั้นคับ

หน้าตาเหมือนยามาบิโกะ (เหมือนหมาจู 555+)

 

แต่ผมมีสองชั้นนะคร้าบบบ

 

แต่เนื่องจากตอนเช้าก่อนไปมัตสึชิม่า ได้ทำการจองที่นั่งไว้ก่อนคร่ะ เพราะกระเป๋าเรามหึมาทั้งสามคน เค้าเลยจัดให้นั่งชั้น 1.5  ซึ่งไม่ต้องขึ้นหรือลงบันได(แคบ ๆ)เหมือนชั้น 1 กับ 2 คร่ะ

(แต่กว่าจะรู้เรื่องกัน นานมว๊ากกกกกกกกกก)

ชั้น 1.5 จะตรงกับระดับชานชาลาพอดี

 

รถไฟทีุ่ยุ่น เวลาถึงสถานีปลายทาง (สุดสาย) จะจอดนานกว่าปกติ ก้อจะมีพนักงานทำความสะอาดมาจัดการทันทีครับ

อาจุมม่าที่เป็นพนักงาน สะอาดสะอ้านและดูดีกันทุกคน (และเค้าแอคทีฟกับหน้าที่ของเค้ากันมาก ๆ เรยคร่ะ น่าชื่นชมมาก ๆ ) 

 

ระหว่างยืนรอขึ้นรถ

แวะดราม่านิดนุง กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกก

-  -

 

จากสถานีเซ็นได มุ่งหน้าสู่สถานีโคริยาม่าซึ่งอยู่ในเขตเมืองฟุคุชิม่าคร่ะ จากนั้นใช้พาสไม่ได้แระ ต้องต่อรถไฟสาย local (ไม่ใช่ JR) มุ่งหน้าสู่สถานีวากามัตสึ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง พอถึงแล้วก้อเรียกแท็กซี่(อีกแร้ว) มุ่งหน้าสู่ "ฮิกาชิยามะ ออนเซ็น" หมู่บ้านออนเซ็นท่ามกลางหุบเขา

สิ่งนี้ที่อิปร้ารอคอยยยยยยยยยยยยยยยยย  

เป็นโจทย์ที่ให้นุ้งสาวไปจัดหาให้   หลังจากไปฮาโกเ่น่รอบนั้น ก้อติดใจออนเซ็น จนต้องขอมีทุกทริปคร่ะ

คราวนี้ไม่ได้นอนเรียวกังเล็ก ๆ แต่เป็นออนเซ็น รีสอร์ทเรยทีเดียว

"ทะคิโนะยุ" คร่ะ

ไปถึง ไม่มีเวลาถ่ายหน้าโรงแรม เดินเข้าล็อบบี้เรย มีคุณพี่ที่พูดปะกิดได้ดีมาช่วยเหลือ (โชคดีมั่ก) รอดไป เพราะดูเหมือนว่า จะไม่ค่อยมีคนต่างชาติมาที่นี่เท่าไหร่ (แต่ล่ะที่ทีนุ้งสาวหาให้ หายห่วงคร่ะ ไม่มีโหลแน่นอน กร๊ากกกกกกกกก)

เวลคัมดริ๊งค์ เป็นชาโซบะ หอมมว๊ากกกกกก กับโยคังรสดีมั่ก ๆ คร่ะ  

 

มีสาเกไว้บริการด้วยยย

 

ก่อนขึ้นห้องพัก แวะเลือกยูคาตะไว้สำหรับใส่ในโรงแรมคร่ะ

 

ทางเดินหน้าห้องพัก

 

พักที่ห้องอะจิไซคับ

 

ห้องพักขนาด 8 เสื่อ

โฮกกกกกกกกกกกก ใหญ่กว่าทีฮาโกเน่อี๊กกกกกกกก

 

วิวจากห้องพักเป็นน้ำตกที่อยู่ด้านข้างรีสอร์ท กับหน้าผาฝั่งตรงข้าม

ถ้าตอนหิมะเยอะ ๆ คงงามกว่านี้มากกกกก

 

จากนั้นก้อออกสำรวจรีสอร์ท

ที่นี่จะมีบ่อน้ำร้อนหลายบ่อมากคร่ะ ทั้งอินดอร์ เอาท์ดอร์ มีออนเซ็นแช่เท้าด้วย 

ไปแช่กันเรยละกัน

 

นั่งแช่เท้ากันตรงนี้

อุ่นเท้า แต่หนาวตัวชะมัด กร๊ากกกกกกกกกกก (อากาศตอนนั้น อุณหภูมิประมาณ 4-5 องศาได้คร่ะ) 

 

นั่งแช่เท้าไป ชมวิวน้ำตกไป  

 

ได้ทำแบบฝึกหัด การถ่ายภาพน้ำตกให้ฟูนุ่มคร่ะ

เคล็ดลับคือ การเปิดหน้ากล้องนาน ๆ คือ shutter speed ต่ำ ๆ คร่ะ ในกรณีที่แสงมาก ๆ เราจะต้องปรับหน้ากล้องให้แคบลงด้วย (f สูง) ในกรณีแบบนี้ มักจะต้องใช้ขาตั้งกล้องช่วย เนื่องจากเวลา shutter speed ต่ำ ๆ มือเราจะถือแล้วไม่นิ่งพอ ภาพจะัสั่น แต่ถ้าไม่มีขาตั้งกล้อง ก้อใช้สิ่งแวดล้อมช่วย อย่างอิปร้า จะวางกล้องไว้กับระเบียงคร่ะ  

ยิ่งเปิดหน้ากล้องนานน น้ำจะยิ่งฟูนุ่มนะคระ >.<

นั่งมองวิวฝั่งตรงข้าม

เป็นศาลาที่จะมีการแสดงในตอนค่ำคร่ะ

 

ที่นั่งรอหน้าออนเซ็น

 

กลับขึ้นห้อง เปลี่ยนชุดเป็นยูคาตะ เตรียมตัวไปหาสิ่งนี้ที่รอคอยอีกอย่างของการมาออนเซ็น ก้อคือ

"ไคเซคิ เรียวหริ" หรืออาหารญี่ปุ่นแบบฟูลคอร์สสส นั่นเองคร่ะ

แอ๊บยุ่นน  

 

ที่รีสอร์ทนี้ จะไม่เสิร์ฟอาหารที่ห้องเหมือนที่ฮาโกเน่นะคระ (คือเรานอนห้องทำมะดาอ่ะ -  - ถ้าจ่ายแพงกว่านี้ ก้อจะทานที่ห้องคร่ะ)

แต่จะเป็นห้องอาหารด้านล่าง

อย่างไรก้อตาม แต่ละห้องพักจะมีห้องส่วนตัวของตัวเองคร่ะ เป็นเหมือนห้องแยกในร้านอาหารอีกที ไม่รวมกับแขกท่านอื่นนะ 

อุปกรณ์ พร้อมลิสต์รายการอาหารที่เป็นคันจิล้วน ๆ 55+ 

  

จานแรกทีมาถึง ทำให้ได้รู้ว่า นี่เป็นไคเซคิแบบฟิวชั่น แต่ก้อไ่ม่ผิดหวังเรยคร่ะ

่อร่อยมว๊ากกกกกกกก  สลัดเบบี้ลีฟกับแฮมสด สุโก้ยยยยยย

 

ซุปใสที่ใช้เครื่องปรุงแปลก ๆ ทีจนป่านนี้ยังไม่รุ้ว่าทานอะไรเข้าไป -  -

 

เลิฟจานนี้มว๊ากกกกกกกกกกกกก

มากูโร่สับ พอมามิกซ์กับเครื่องเทศรอบ ๆ จานนั่น มันอร่อยมาก ๆๆๆๆ แล้วกลิ่นผักต่าง ๆ มันทำให้หอมหวนมั่ก ๆๆ 

ทำให้รู้สึกว่า ที่นี่ไม่ได้พิถีพิถันแต่เรื่องรสชาติ แต่สามารถนำกลิ่นมาเพิ่มรสของอาหารได้ด้วยย  

  

แวะดื่มสาเกซักนี้ดสสส ปกติไม่ชอบ แต่ของทีี่นี่ กลิ่นและรสดีมาก ๆ เรยคร่ะ

น้ำแอปเปิ้ลก้ออร่อยมากกกกกกกกกกก เป็นแอปเปิ้ลจากนากาโน่ รสชาติไม่เหมือนน้ำแอปเปิ้ลที่เคยทาน หอม หวาน อร่อยชะมัด เค้ามีขายด้วยนะ แต่ไ่ม่สามารถแบกกลับมาได้ ขวดใหญ่โฮกกก  

 

จานสุดท้าย เป็นสเต๊กเนื้อนุ่มมมมม อร่อยยยยยยยย ทานกับมันราดชีสสส สุโก้ยยยยยยยยย

  

 

ของหวานเป็นเชอร์เบทรสเปรี้ยวจี๊ดด มีกลิ่นหอม ๆ ของส้ม ไม่แน่ใจว่าสายพันธุ์อะไร แต่เปรี้ยวจี๊ดสะใจมากคร่ะ

 

อิ่มหนำสำราญดี ก้อแวะแช่เท้าอีกซักนี้ดสสสส

 

บรรยากาศเงียบสงบ

 

ชมวิวน้ำตกยามค่ำคืน

 

 

 แอบเข้าไปส่องออนเซ็นรวมเล็กน้อย

 

อินดอร์คับ(แอบถ่าย)

ไม่ได้เดินไปส่องเอาท์ดอร์ เพราะมีคนแช่อยู่  

 

กลับขึ้นห้องไป

เค้ามาเตรียมฟูต้งไว้ให้เรียบร้อยแระ

ฟู....นุ่มมมม อุ่นมว๊ากกกกกกกกก  ชอบนอนฟุต้งที่ซู้ดดดดดดดด

 

ชวนนุ้งสาวเปลี่ยนชุดไปสำรวจรีสอร์ท (อากาศหนาวมากกกกกกกกกกกกกกก ต้องแต่งเต็มยศ)

ล็อบบี้โอ่โถง 

 

ป้ายชื่อโรงแรม

 

ด้านหน้าแบบเต็ม ๆ

 

ด้านข้างคับ

ใหญ่โตทีเดียว

 

น้ำตกที่ด้านข้างโรงแรม

(ตัวช่วยคือราวระเบียงทางเดินชมวิว)

 

อีกสักรูป

 

แวะกลับไปแช่เท้าอีกครั้ง 55+ ติดใจ

วิวกลางคืน งามมั่กกก 

 

ปิดท้ายความนุ่มฟู

 

 

 

สรุป วันนั้นกลิ้งไป กลิ้งมารออยู่นาน กะว่าดึก ๆ จะไปแช่น้ำร้อน แต่มีคนแช่ตร่อดเรยคร่ะ  มะกล้าอ่ะ จนห้าทุ่ม เดินลงไปสำรวจ ป๊ะกะก้นอาจจุมม่า เรยยอมถอดใจ 

แต่ก้อจองห้องส่วนตัวเอาไว้สำหรับวันรุ่งขึ้นเรียบร้อยแล้วคร่ะ ไม่พร่าด ๆๆ มาออนเซ็นทั้งที ไม่แช่น้ำร้อนได้ไง จิงมะคระ 

ระหว่างนั้น ก้อนอนดูข่าวสึนามิซึ่งออกทุกช่อง มีอัพเดทตลอดเวลา ตื่นเต้นกันใหญ่

แต่จิง ๆ ก้อเป็นแค่น้ำที่มันค่อย ๆ เอ่อจนท่วมเข้ามาในแผ่นดินใหญ่แค่นั้นเอง น้อยกว่าน้ำท่วมกรุงเทพอีก กร๊กกกกกก

แต่ตามประสายุ่นอ่ะนะคระ เรื่องเซฟตี้สำคัญมาก ๆๆ โอเว่อร์ดีกว่าอันเดอร์คร่ะ

อ้อ ๆๆ ดูละครของนุ้งโช ซากุระอิด้วย ฟังไ่ม่รู้เรื่อง แต่ก้อสนุกดีแฮะ 55+   

 

 

 

to be continued...

 

 

 

 

สำหรับใครที่สนใจรีสอร์ทนี้ คลิก ๆๆ

http://shousuke.com/hotspring/  

 

ราคาไม่แพงอย่างที่คิด ถูกกว่าที่ไปมาที่ฮาโกเน่มาก ๆๆๆ  

รวมค่าห้องแช่ออนเซ็นส่วนตัว(ซึ่งตอ้งเสียต่างหาก)แล้ว ตกคนละ 11,000 เยนโอนลี่คร่ะ

อันนี้รวมค่าห้อง ไคเซคิเรียวหริมื้อเย็น อาหารเช้าแบบบุฟเฟต์ และห้องแช่ส่วนตัวแร้วน้าาาาา....

สุโก้ยยยยยยย

แทงคะยูนุ้งสาวสำหรับที่พักเริ่ด ๆ แบบนี้นะคร้าาาาา >3<

 

 

 

 

 

 

 

 

พีเอ็ดสึ  

อิหมีก้อเต็มที่กับชีวิต !

นุ้งแจก้อเต็มที่กับชีวิต !

 

อมม่าก้อจะเต็มที่กับชีวิตด้วยนะคุณลูกกกกกกกกกกก

 

   

 

 

 

 

พีเอ็ดสึสอง ลองเข้าไปเยี่ยมบล็อกแม่ ๆ นุ้งแจที่เกานะคระ

ฮามากกกก

น้ำตาจะท่วมโลกแร้ววววววววว กร๊ากกกกกกกกกกกก 

 

แต่สถิติการจองหนังสือน่ากลัวมากกกกกกก โควต้าเต็มกันเป็นแถบ ๆ

เกลี้ยงแผงไม่เหลือแน่ ๆ

ได้สถิติใหม่ในวงการแม็กกาซีนอีกแน่นอน ฟันธง! 

ของเค้าแน่จิง ๆ

คิมแจจุ๊งงงงงงงงงงงงงงง 

 

 

 

พีเอ็ดสึสามม  ใครมีวันลาเหลือบ้าง อิปร้าขอบริจาคหน่อยคร่าาาาาาาาาาาา

 

 

 

พีเอ็ดสึสี่ เกือบลืมมม  คุณตุ๊ดตู่  กรอบมากกกกกกกกกกกกกก  (รู้กันอยู่สองคน กร๊ากกก)

แทงคะยูนะคร้าาาา

แทงคะยูนุ้งอรกะนุ้งน้ำด้วย ไอ้ที่หน้าตาเหมือนเทียนหอมนั่น มันกินได้จิง ๆ ดั้ว อร่อยดั้ว 555+

 

 

 

มีไรอีกป่าวหว่า  

ปลาทองจำมะได้อ่ะคร่ะ

ใครถามอะไรไม่ได้รับคำตอบ ลองถามมาเรื่อย ๆ นะคระ แล้วปลาทองจะตามมาตอบให้

 

 

 

อันยอง.