บันทึกลับนศพ.(I) ตอน ชอง ยุนโฮ กับ Marfanoid feature
posted on 14 Aug 2008 13:00 by getsuyoubi in Health, Meจริง ๆ ว่าจะมาอัพตั้งแต่เมื่อวาน แต่ติดภารกิจฟิชโช่ ต้องนั่งเชียร์โอลิมปิค โฮ่ยยย อิปร้าชอบดูที่สุดเล้ยย ยิมนาสติคหญิงกับว่ายน้ำเนี่ย
ชื่อเอนทรี่ย้าว..ยาาวว เพราะเป็นสองเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย 55+ วันนี้จะมาเม้าเรื่องตัวเอง กับเรือ่งของเจ้าลูกชายตัวดีคร่ะ พูดถึงอิหมีก่อนดีกว่า
ขึ้นหัวเอนทรี่แบบนี้ แปลว่าเตรียมตัวมึนกันอีกรอบ อิยะฮ่าฮ่าฮ่า จริง ๆ ก้อพูดไว้ในเอนทรี่ไหนซักอันว่า จะมาเม้าสึอิหมีซักครั้ง ด้วยความรักและก้อความเป็นห่วง ที่ผ่านมา approach แต่นุ้งแจ คราวนี้จะลองใช้ความรู้ของตัวเอง approach อิหมีมั่ง เพราะเห็นหน้าลูกชายทีไร เจ้าคำ ๆ นี้ มันจะปุ๊ดขึ้นมาในหัวทุกที
"Marfanoid feature"
ทีนี้ ก่อนจะมาเข้าเรื่องมาร์แฟนอยด์ ฟีเจอร์เนี่ย ต้องมารู้จักกับ Marfan syndrome ก่อน
มาร์แฟน ซินโดรม เป็นความผิดปกติทางพันธุกรรม ทำให้เนื้อเยื่อเกี่ยวพันของร่างกายผิดปกติค่ะ เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน รึ connective tissue คือเนื้อเยื่อที่ประกอบเป็นโครงร่างต่าง ๆ ของร่างกายและอวัยวะภายใน เช่น เส้นเอ็น กระดูก เส้นเลือด เป็นต้น คนที่เป็นมาร์แฟนจะมีลักษณะบางอย่าง ที่เห็นปั๊บ แทบจะบอกได้ปุ๊บเรย เช่น ตัวสูงมาก แขนขายาว หน้ายาว ๆ เล็ก ๆ ตาสั้นมาก(เพราะเอ็นยึดเลนส์ตาหย่อน) ข้อต่าง ๆ จะยืดหยุ่นได้มากกว่าปกติ เส้นเลือดใหญ่ผิดปกติได้ มีลิ้นหัวใจโผล่แลบ (prolapse สาบานได้ว่า หนังสือภาษาไทยเล่มหนึ่ง แปลออกมาเป็นอย่างนี้จิง ๆ อ่านแระ ขำกร๊ากกกก) บลา ๆๆ
อ่านแระคุ้น ๆ มะคระ สูง ๆ หน้ายาว ๆ เล็ก ๆ (เท่ากระป๋องโค้ก)
แต่คนนี้มีห้อยท้ายว่า โหล่วววว....เท่ห์.....โฮกกกกกกกกกกกก (แถมกระชากวัย) โด้ยย อั๊ยย
อิหมีเวอร์ชั่น เด็กมัธยม จะเด็กไปไหนคระ ชอง ยุนโฮ้ววววววววว (ทีตะก่อนก้อแกร่เชีย ความพอดีไม่มีในโลกของอิหมี กร๊ากกก รักนะ ยุนโฮ้ววววววววววว )
ส่วนคนนี้คือ นักมวย...
ซึ่ง..ไม่เกี่ยว ณ จุดนี้ 555555555+
ที่จ้ำ ๆ เนี่ย จะรีบไปปักกิ่งรึป่ะ กัวขั้นสังเวียนมะทัน
กร๊ากก รักนะ แจจุ๊งงงงงงงงงงง (วิ่งหลบทะรีนแม่ยกนุ้งแจ เด๋วจะโดนน....
)
credit : as tagged
แต่อิหมีไม่ได้เป็นมาร์แฟนแน่ ๆ คร่ะ สูงจริง แขนขายาวจริง หน้าเล็กจริง แต่มันก้อไม่ใช่อ่ะ เอาเป็นว่า เห็นแร้วรู้ละกัน แต่ที่ทำให้อิปร้าติดใจก้อคือ ไอ้ความสามารถพิเศษที่อิหมีชอบโชว์เวลาออกรายการต่าง ๆ นั่นล่ะ ก้อไอ้ข้อนิ้วมือที่มันพับงอได้มากกว่าคนอื่นเค้าอ่ะจิ แบบนี้ ๆๆ
ไอ้พับนิ้วก้อยไปข้างหลังได้ขนาดนี้ มันไม่ทำมะดา
(อ้าวว เวลล...นึกว่าแประภาพ gif ดันเป็นภาพนิ่ง
เอาเป็นว่า นี่เป็นท่าเริ่มก่อนที่อิหมีจะพับนิ้วให้ดู ไปหาดูอิหมีเคลื่อนไหว
กันเองละกันนะคระ รายการ star king อ่ะ ว่าแต่...อิโมอะไรของมัน 555+)
อันนี้มือคนที่เป็นโรคมาร์แฟน
ลองทำตามดูจิ ทำยังไง นิ้วก้อไม่โผล่วออกมาจิง ๆ นะ (ถ้าโผล่วเหมือนในรูป ก้อมารพ.ได้เรย 55+)
เค้าเรียกว่า hyperflexible joint คือข้อที่มันพับงอได้มากกว่าปกติ ซึ่งก้ออาจเจอได้บ้างในทั่วไป คนที่บังเอิ๊นน เนื้อเยื่อเกี่ยวพันตรงข้อมันดันยืดหยุ่นมากกว่าปกติ แต่เจอแล้วต้องสงสัย ต้องมองหา ว่ามีโรคอะไรซ่อนอยู่รึเปล่า พอมาบวกกับหุ่นสูง ๆ หน้ายาว ๆ ของอิหมี อิปร้าเรยเลยเถิดด อิหมีมี Marfanoid featue แปลว่า ไม่ได้เป็นโรคมาร์แฟน แต่มีลักษณะบางอย่างที่คล้าย ๆ กับคนเป็นมาร์แฟน
ก้อถ้าไม่ได้เป็นโรค แล้วจะกลัวอะไร
งืม ๆๆๆ ก้อเป็นห่วงอ่ะ อยากให้ได้รับการตรวจโดยละเอียด เพราะเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน มันไม่ได้เอฟเฟคแต่อะไรที่เราเห็นได้จากภายนอก แต่อวัยวะภายในก้อโดนด้วยนะ อย่างลิ้นหัวใจโผล่แลบ รึที่อิปร้าเป็นห่วงก้อคือ spontaneous pneumothorax รึภาวะที่ถุงลมในปอดรั่ว จนมีลมในช่องเยื่อหุ้มปอด
ไอ้เจ้า spontaneous pneumothorax เนี่ย ปกติแค่เป็นผู้ชายที่มีรูปร่างผอมสูงอ่ะ มันก้อมีความเสี่ยงอยู่แล้ว ซึ่งปัจจุบันยังไม่อธิบายได้ 100% ว่าทำไม ได้แต่สันนิษฐานว่า คนที่สูงมาก ๆ ตัวปอดก้อจะยาวตามตัว และถุงลมที่ส่วนบนสุดของปอดอาจจะผิดปกติ แตกง่าย อะไรประมาณนั้น แล้วถ้ายิ่งเป็นโรคที่เนื้อเยื่อเกี่ยวพันมันผิดปกติ ไอ้ความเสี่ยงอันนี้มันก้อจะมากขึ้น
pneumothorax ถุงลมรั่วปั๊บ ลมก้อมาออกมาดันปอดยุบเรย
เพราะฉะนั้น ใครที่เป็นใหญ่เป็นโต เข้าถึงอิหมีรึคนใกล้ตัวได้ ฝากข่าวไปบอกหน่อยนะคระ ช่วยพาลูกชายอิปร้าไปตรวจโดยละเอียดหน่อยเถอะ ฟิล์มดูกระดูกสันหลัง(ว่าคดอ๊ะป่าว) แล้วก้อ echo หัวใจ ดูว่ามีลิ้นผิดปกติมั้ย เส้นรอบวงของ aortic root ขนาดเท่าไหร่ ตรวจลูกชายอิปร้าที้.......อิปร้าเป็นห่วงลูกกกก...ก....
รึวันไหน อิหมีเกิดเต้น ๆ ไป แล้วดันเหนือ่ย แถมแน่นหน้าอก ก้อช่วยพาส่งรพ.อย่างว่องด้วยนะคร้า.....(อ้อ ๆๆ นุ้งมินด้วยนะ สูงชะลูดดพอกัน)
บันทึกลับนักศึกษาแพทย์ บทที่ 1 : เฟรชชี่ตัวแสบ
--> แประไว้ก่อนละกันเนะ ต้องไปเชียร์โอลิมปิคต่อ 55+ (ได้ข่าว บอกน้องเค้าว่าจะเล่าให้ฟังเมื่อสองเดือนก่อนนู้นนน 55+)
แต่ก่อนจะไป อวยลูกชายซักนี้ดสส จิตแจ่มใส อั๊ยยยย
(อย่ามา ๆๆ ปกติเห็นอวยตะยัยสวย กะกาบด กร๊ากกก)
วุ้ยยย ไอ้ท่านั้น ท่าหกสูงมือเดว อิหมีทำได้อย่างสมบูรณ์แบบที่ซู้ดดดดดดดดดดด
เท่ห์โฮกกกกกกกกกกกกกกก
เด๋วนี้ ไม่มีลิ้น...ไม่ด้ายยยยย เหมือนกันนะจ๊ะ ยุนโฮ้ววววววววว
อีดสักนี้ดสสสส
เกมส์จับผิด วัดสมอง ประลองสายตา(ผี)
รูปนี้ มาจากเวปจุงชิม
ตะอิปร้าดูยังไง เก๊าะ...ยุนแจ๊....ยุนแจ..............อั๊ยยยยย
พีเอ็ดสึ ลืม ๆๆ ลืมประนามตัวเอง มะคืนเจ้านุ้งสามโทรมาบอกว่า อิปร้าถูกรางวัล ได้กล่องเก็บฟิค เราก้อฟิคไรฟระ เพราะช่วงนี้สั่งฟิคเยอะมากกกก เอาเป็นว่า ใครรวมเล่ม อิปร้าซื้อหมดอ่ะ เคยอ่านไม่เคยอ่าน เก็บเรียบบ เพราะเป็นเหมือนของสะสม ปรากฎเข้าไปดู ป้าดดดดดดดด ฟิคเล่มนี้เอ็นซีเลือดสาดดด มีชื่ออิปร้าเด่นเป็นสง่าว่าได้รางวัลจากการจับฉลาก กร๊ากกกกกกกกก อิปร้ามะได้อ่านตะเอนซีนะคร้า
รีบแก้ตัวอย่างว่อง 555+ แต่จะว่าไป ก้ออ่านได้อ่ะ จะทำไม ก้อไม่เคยเห็นนักเขียนคนไหน ขึ้นหัวเอนซีเกินอายุปร้าซักที เพราะฉะนั้น ผ่านตร่อดดดด อ่านได้ทู้กกเรื่อง กร๊ากกกกก
(ดูเหมือนมันจะภูมิใจ 55+)
พีเอ็ดสึสองง ตอนนั่งอัพบล็อค น้องที่นั่งข้าง ๆ ก้อโผล่วมาดู เห็นรูปอิหมี ก้อเรยเล่าให้น้องฟังว่า เนี่ย ๆๆ ลูกปร้าพับนิ้วก้อยให้ดู นอ้งพูดออกมาว่า ลูกพี่เป็นมาร์แฟนเหรอ
(นี่ขนาดเค้ามะเห็นหัวเอนทรี่กะรูปอื่น ๆ นะ)
เห็นมะ ใครเห็น ก้อต้องทัก อิปร้าป่าวคิดไปเอ๊งงงง.....
พีเอ็ดสึสามม ตอนนั่งเล่นคอมระหว่างเชียร์โอลิมปิค เพื่อนร่วมงานสุดสวยที่นั่งข้าง ๆ ก้อถามว่าเราดูอะไร ก้อเรยบอกดูลูก ๆๆ ไหนเปิดให้ดูหน่อยซิ หน้าตาเป็นไง ก้อเรยโชว์หน้าอิหมีกะนุ้งแจ พอเปิดหน้านุ้งแจ (รูปเก่าด้วยนะ) เธอบอกว่า คนนี้หน้าเหลี่ยมอ่ะ
โฮวววววววววว อิปร้าบอกแว้วว ว่าจุดอ่อน ๆๆ ใครมากร้อนของยัยสวยไปฮ้า....มารับผิดชอบโด้ยยยยยยยย
(อยากจะงับยัยเพื่อน บังอาจมาแซวจุดอ่อนลูกเรา แต่ไม่กล้า เพราะฝาก(ให้)ฝังหน้าให้คุณเธอดูแลอยู่ เด๋วทะรีนกา หน้าผากย่นจะไม่หาย กร๊ากกกกกกกก
ชาริ ฝากไว้ก่อนเต๊อะ บุญคุณ ความแค้น 10 ปีไม่สายยย....อิปร้านี่แค้นฝังหุ่นฟร่ะคร่ะ
---> ตัวอย่างแย่ ๆ เยาวชนมะควรลอกเลียนแบบ 555+)
พีเอ็ดสึสุดท้าย (จิง ๆ) เจ้าสามมม สำหรับเรื่องนั้น.... อิปร้าเห็น"ขัน" (ทั้ง noun และ verb) หึหึ (หัวเราะเรววว..)
(แต่ก้อทำให้รู้ว่า ตัวเองไม่เคยมองคนผิดเรยจริง ๆ บอกแระ..คนแกร่ มะโกหกหรอก)
อันยองยามเที่ยง วันที่ 15 ส.ค.ค่ะ ขัดใจ ๆๆ ถ่ายทอดการแข่งขันยิมนาสติกหญิง all around ไม่จบ ฮึ่ยยย กะลังเชียร์นุ้งหยางลี่ยินอยู่เล้ยยยย
ได้ฤกษ์มาลงซะที กะฟิคชั่นกึ่งอัตชีวประวัติ 555+ ที่ติดค้างคุณน้องคนหนึ่งไว้เมื่อสองสามเดือนก่อน (ป่านนี้นุ้งเค้าคงลืมม) จิง ๆ ก้อมาจากเรือ่งราวของอิปร้าสมัยเป็นนักศึกษานั่นล่ะคร่ะ แต่ต้องแอบบอกว่าเป็นฟิคชั่น เนื่องจากเรื่องราวบางอย่าง อาจนำมาซึ่งความเสื่อมของนักศึกษาแพทย์ (ถึงปัจจุบันจะเป็นโคดแพทย์แร้ว ก้อยังเสื่อมอยู่
) กร๊ากกกกกก อันไหนรับไม่ได้ ก้อคิดซะว่าเป็นเรือ่งแต่งละกันเนะ (มันเล่นง่ายนะ 555+) จิง ๆ เรื่องดี ๆ ก้อมาก เรื่องฮา ๆ ก้อเยอะ แต่ด้วยความแสบบ มันก้อต้องมีส่วนไม่ดีอยู่บ้างล่ะ ตะก้อเขียนไว้เป็นอุทธาหรณ์ ว่าเยาวชน..มะควรลอกเลียนแบบ 55+ไม่อยากจะเขียนแต่ส่วนดี ๆ ไม่งั้นมันจะเป็น"บันทึกลับ" ได้ยังไง จิงมะคระ
จิง ๆ มีหนังสือเรื่อง "บันทึกลับนักศึกษาแพทย์" อยู่จิง ๆ นะคระ เป็นเรื่องราวฮา ๆ ของนักศึกษาแพทย์รุ่นพี่?ของอิปร้าเอง อ่านแร้วได้บรรยากาศสมัยคณะเพิ่งก่อตั้งใหม่ ๆ เป็นหนังสือชุดที่อิปร้าชอบอ่านมั่กก มีตั้งหลายเล่ม ตะละเล่มก้อฮา ๆ ทั้งน้านนน ลองไปหามาอ่านกันได้คร่ะ แล้วจะรู้ว่า หมอก้อคือคนธรรมดา รั่ว ๆ ป่วง ๆ กันได้ทุกยุคทุกสมัย
"บันทึก(ลับ)นักศึกษาแพทย์" ตอนที่ 1 : เฟรชชี่ตัวแสบ
อย่างที่เคยเล่าไป หลังจากสอบเทียบได้ อิปร้าก้อเข้าสู่สนามเอ็นสะท้าน เพื่อหลีกหนีจากการเป็นสมาชิกคิงคอง 55+ (ห้องคิงโปรแกรมวิทย์คอม) ตอนนั้นเพื่อนสนิทกลุ่มเดียวกัน 12 คน 10 คน มุ่งหน้าสู่วิชาชีพแพทย์เหมือนกันหมด จิง ๆ น่าจะดีใจเนอะ เพราะเพื่อนสนิทจะได้เรียนด้วยกันต่อ แถมทุกคนมีอุดมคติเดียวกัน คือ ไม่มีใครอยากแบกอีโก้บนหน้าอกของตัวเองอีกต่อไป ช่วงนั้นหัวรุนแรงคร่ะ 55+ (จิง ๆ คือเชื่อคำโคดนาของรุ่นพี่ห้องมั่กก 55+ พี่ห้องที่ไปเรียนหมอเกือบทุกคน ไม่มีใครติดพระเกี้ยวต่อคร่ะ) จิง ๆ ตัวเลือกก้อน้อยลงแระนะ เพราะคณะแพทย์อันดับต้น ๆ ในกรุงเทพมันก้อมีอยู่ไม่กี่แห่งหรอกคร่ะ ตัดไปหนึ่ง เก๊าะเหลืออีกสอง จิง ๆ ก้อน่าจะอยู่ด้วยกันหมดชิมิล่ะ แต่..แต่ ๆๆๆ ด้วยความแนวของอิปร้า จึงอาจหาญเลือกแยกออกมาคนเดียว โดยไม่ฟังคำทัดทานของเพื่อนฝูง กร๊ากกก ทั้ง 9 คนได้เข้าเรียนที่คณะแพทย์ในฝันของตัวเอง ส่วนอิปร้าก้อเข้าเรียนในคณะที่ตัวเองเลือกแล้วว่าเหมาะกับไลฟ์สไตล์และก้อนิสัยตัวเองที่สุด ลุยเดี่ยว!! ไปหาเพื่อนใหม่เอาดาบหน้าคร่ะ
จิง ๆ ตอนนั้นก้อคิดหนักนะ ใครจะไม่อยากไปเรียนมหาลัยพร้อมเพื่อนสนิทอ่ะ แถมอยู่กันครบแก๊งสึ (คือแน่ใจว่าเพื่อนเอ็นติดยกแก๊งแน่ เพราะตะละคน ขั้นเทพพ) แต่ก้อนั่นล่ะ อิปร้าเป็นคนเดียวในกลุ่มที่ไม่ใช่เด็กขยัน และไม่ชอบอยู่ในกฎระเบียบซักเท่าไหร่ แถมทนไม่ได้ที่จะต้องนุ่งกระโปรงถูกระเบียบ สีเรียบ ๆ จนกระทั่งครบ 6 ปี กร๊ากกกก เหตุผลมัน...ฟังดูดีมั่กก อย่ากระนั้นเลย เลือกที่ ๆ เหมาะกับตัวเองดีกว่า เพื่อความสุข และสนุกสนานในอนาคต (สาบานได้ว่าเลือกที่เรียน 55+) แต่สมัยนั้น โรงเรียนแพทย์แต่ละที่ ก้อมีเอกลักษณ์ของตัวเองจิง ๆ นะคระ ใครจบจากไหน เห็นหน้าตาท่าทางนี่ แทบจะบอกได้เรยอ่ะ
และแล้วก้อเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคณะที่ตัวเองใฝ่ฝัน มีเพื่อนใหม่ร่วม 160 ชีวิต กลุ่มตัวเองมีกันอยู่ 5 คนคร่ะ คนนึงเคยรู้จักแว้บ ๆ ตั้งแต่อยู่เตรียมฯ เพราะอยู่วิทย์คอมเหมือนกันแต่คนละห้อง อีกสองเป็นเด็กวิทย์เยอรมัน เลยไม่เคยเจอกันมาก่อน ส่วนคนสุดท้ายและท้ายสุด เพื่อนซี้เพื่อนโฮกเพื่อนฮา มาจากสาธิตปทุมวัน แต่มาเจอกันเพราะตอนป.6 เค้าเรียนโรงเรียนเดียวกับปร้า แล้วเค้าจำปร้าได้คร่ะ (แต่ปร้าจำเค้าไม่ได้ แหะ ๆ) ทุกคนก้อรุ่นเดียวกัน เพราะสอบเทียบมาเหมือนกันหมด ตอนนั้นไม่ต้องเป็นห่วงว่าเราจะเด็กกว่าคนอื่นในคณะ เพราะเด็กสอบเทียบจากม.5 เป็นประชากรส่วนใหญ่คร่ะ น่าจะซักเกือบ 70% ล่ะมั้ง คนที่เรียนม. 6 น้อยมั่ก ๆ สรุปในกลุ่มเป็นสาวงามซะสอง เด็กเรียนซะสอง และก้อเด็กป่วงอีกหนึ่ง (ทายซิคนนี้อ่ะใคร 55+) ปีแรกเป็นปีที่ต้องไปใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคณะอื่น ๆ ที่วิทยาเขตชานเมืองกรุงเทพคร่ะ สภาพสมัยก่อน โอ้ววว "ไกล" ทั้งระยะทางและความเจริญ กร๊ากกก แต่มันก้อผ่านมา 10 ก่าปีแระเนะ ตอนนี้สภาพเปลี่ยนไปจนอิปร้าจำไม่ได้ ตอนนั้นอิปร้าก้อใช้ชีวิตอยู่ในหอพักของทางมหาลัยคร่ะ ตื่นเต้นดีเหมือนกัน เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้อยู่หอ หลังจากอยู่บ้านมาตลอด รูมเมทก้อเลือกไม่ได้คร่ะ เค้าจะจัดให้ ส่วนใหญ่ก้อคละ ๆ คณะกันไป เราจะได้มีเพื่อนต่างคณะด้วย ตัวมหาลัยก้อจะใหญ่ไปไหน เดินไป L (อาคาร Lecture รึตะก่อนเรียกตึกแมงปอ เพราะรูปร่างเหมือนแมงปอ) ที ลิ้นแทบห้อย เพราะคณะอิปร้าดันเรียน L ที่ไกลจากหอที่สุด บางคนถึงขั้นปั่นจักรยานไป กัวเสียพลังงานเดิน ระหว่างทางก้อชมนกชมไม้ ต้นไม้ใบหญ้าโทรม ๆ ไปคร่ะ (ลูกทุ่งมั่กกก 55+)
ถนนทางเข้ามหาลัย ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิมมากนัก เหมือนอยู่ตจว.เรยเนะ
ทางเดินไป L สะอาดตากว่าสมัยก่อนเยอะ และก้อที่เห็นเนี่ย ไม่ถึง 1 ใน 10 ของระยะทางที่ต้องเดิน
credit : แตร๊บมาจากกูเกิ้น
พูดถึงชีวิตมหาลัย ก้อต้องพูดถึงเรื่องเรียนเป็นอันดับแรก ก้อเรามันเด็ก(ขี้เกียจ)เรียนนี่นา 55+ ปีแรกก้อเป็นวิชาพื้นฐานทั่วไป ชีวะ เคมีทั่วไป เคมีอินทรีย์(ออร์เคม) อังกฤษ สถิติและคู่ปรับเก่า ฟิสิกส์ กับแคลคูลัส
วิชาที่ชอบก้อเหมือนเดิม คือ ชีวะ กับ อังกฤษ โดยเฉพาะอังกฤษ เพราะจารย์โหล่ววมั่ก กร๊ากกก จารย์เป็นอเมริกันคร่ะ ชื่อ คริสโตเฟอร์ โหล่วว โหดด ตอนนั้นคลาสภาษาอังกฤษจะแบ่งเป็น 9 กลุ่ม จะได้เรียนกลุ่มไหน กอ้เรียงตามคะแนนวิชาอังกฤษตอนสอบเอ็นเข้ามา 3 กลุ่มแรกจะได้เรียนกับอาจารย์ฝรั่งคร่ะ อิปร้าโชคดีได้อยู่กลุ่มแรก (โม้ววหน่อย ว่าตอนเอ็นทำได้ 90 คะแนน อิอิ
) ขอบอกว่าจารย์โหล่วววสุด จารย์ฝาหรั่งของห้อง 2-3 เป็นคุณลุงพุงพลุ้ยคร่ะ กร๊ากกก ตอนนั้นตามประสาเด็กเรียน กลุ่มปร้ามักจะเป็นกลุ่มที่เข้า L ช้าที่สุด ช้าขึ้นชื่อ จนเพื่อนเรียกกลุ่ม เจ้าหญิงสายเสมอ คือ ไม่ได้เรียกเจ้าหญิงเพราะปร้า กะเด็กเรียนอีกสองคนนะ เรียกเพราะสองสาวสุดสวยในกลุ่มน่ะคร่ะ (เด็ก ๆ บอกไม่ต้องบอกก้อรู้ 55+) ที่นั่งก้อแน่นอน ด้วยความตั้งใจเรียน ต้องอยู่หลังสุดของ L อยู่แระ กร๊ากก หลับง่าย สบายดี ยังไงจารย์ก้อปาแปรงลบกระดานมาไม่ถึง เพราะ L มันหย่ายยมั่ก
เทอมแรกก้อยังเป็นเด็กดีอยู่ ถึงเข้าไปนั่งหลับ แต่ก้อเข้าทุกคลาสนะเออ เพราะการเรียนมหาลัยอ่ะ เราเป็นเจ้านายตัวเองจิง ๆ ไม่มีใครมานั่งเช็คว่าใครเข้าเรียนไม่เข้าเรียน นอกจากพวกแล็ปบางตัวที่จารย์ชอบเช็คชื่อ วิชาที่เกลียดมั่ก ๆ อย่างฟิสิกส์กับแคล อิปร้าก้อยังอุตส่าห์!เข้าอ่ะ แล้วเป็นไง โดนข้อสอบน็อคซะ รับประทานแมวทั้งสองตัวเรยย
ฉุดเกรดลงครั้งยิ่งใหญ่ อย่างที่เคยบอกไป ตั้งแต่เรียนมาไม่เคยได้ต่ำกว่า 3.6 เข้ามหาลัยปุ๊บ อิปร้าล่อเข้าไป 2.98 โฮววว จุดด่างพร้อยของชีวี้ดดดดดดด
จากนั้น ก้อเรยสำนึกได้ เรยขยันเรียนมากขึ้น อ๊ะ มะใช่แระ ขยันคืออะไร ไม่มีในพจนานุกรมของอิปร้า แต่คิดได้ว่า เข้าเรียนแทบตาย ไม่เห็นจะทำข้อสอบได้เรย แถมเป็นวิชาที่แสนจะเกลียด แร้วจะให้เรียนทำไมมะรู้ มะเห็นเคยอยากรู้เรยว่า สายน้ำเกลือเส้นเท่านี้ แขวนสูงเท่านี้ มีปริมาตรน้ำเท่าไหร่ คิดได้ดังนั้น ความแสบบของอิปร้าก้อบังเกิด (หลังจากอดทนเก็บไว้มานาน 55+) พอเทอมสอง เรยแทบไม่ได้เข้าเรียนเรยคร่ะ กร๊ากกกกกก (อ๊ะ ๆๆ ขึ้นตัวแดง เยาวชนมิควรเอาเยี่ยงอย่าง) เข้าเฉพาะวิชาที่เช็คชื่อรึมีสอบแล็ปกริ๊ง เพราะต้องไปดู specimen และแน่นอนอังกฤษอ่ะ เข้าทุกคลาส กร๊ากกก ที่เหลือ อิปร้านอนกลิ้งเกลือกอยู่ที่หอ นอนซะจนหลังแทบจะเป็น bed sore (แผลกดทับ) กร๊ากกกก จากนั้นก่อนสอบ 1 อาทิตย์ ก้อใช้สูตรเดิมกับตอนที่เอ็นสะท้านเข้ามหาลัย เนื่องจากไม่ได้เข้าเรียน ไม่อ่านเลคเชอร์เพื่อน (เป็นคนอ่านเลคเชอร์คนอื่นไม่ได้อ่ะ อ่านแระจำไม่ได้ ไม่เหมือนที่ตัวเองจดเอง) ก้อนั่งอ่าน นั่งทำแบบฝึกหัดพวกสถิติ แคลคูลัส ฟิสิกส์ เคมี (ตกลง..แกรเข้าเรียนกี่วิชากันเนี่ยยย...ฮ้า...) สอบไฟน่อลออกมา อิอิ นึกว่าตกล่ะสิ ม่ายยยย...คร่ะ อิปร้าข้ามกำแพงเกรด 2 ก่า ๆ มาได้(ครั้งเดวก้อเกินพอ
) ตอนนั้นได้ 3.2 ก่า ๆ ล่ะมั้ง เพราะเลี้ยงแมวแค่ฟิสิกส์ตัวเดว(วิชานี้ ยังไงก้อไปมะรอดดด) สรุป รู้งี้เทอม 1 ตะรูอ่านเองดีก่า กร๊ากกกกกก (ไม่สำนึก ๆๆ 55+)
นี่เป็นตัวอย่างความแสบเฉพาะเรื่องเรียนเท่านั้น อย่าคิดว่าจะจบเพียงเท่านี้
มาพูดถึงอิปร้าและบรรดาเพื่อน ๆ ตัวแสบกันบ้างดีกว่า
ตอนนั้นหอพักนักศึกษามีแค่ 5 หอ หอ 1-2 จะเชื่อมกัน เป็นหอหญิง หอ 3-4 เชื่อมกัน หอ 3 เป็นหอหญิง หอ 4 เป็นหอชาย (เหตุเกิดเพราะหลัง ๆ ประชากรหญิงล้นโลกก 55+) ทางเชื่อมจะมีกระดานกั้นอยู่ทุกชั้น ตอนนั้นอิปร้าอยู่หอ 3 คร่ะ ห้องก้อจะหันหน้าเข้าหาหอ 4 (เรยได้เห็นภาพอะบาด ๆ ของผู้ชายเป็นระยะ กร๊ากก) ในห้องรูหนูจะมีกันอยู่ 4 คน เป็นเตียงสองชั้นสองเตียง เราขอเลือกเตียงล่างเพราะกัวความสูง 55+ รูมเมทในห้องก้อมีคุณพยาบาล(NS) คนนี้เสียงดัง เฮฮา กล้าสู้คน และเป็นคนที่คอยปกป้องสวัสดิภาพของรูมเมท คุณวิทยาศาสตร์การกีฬา(SS) นึกว่าจะหุ่นเฟิร์มสูงชะลูด เป็นนักกีฬาล่ะสิ ไม่คร่ะ เธอมาพร้อมหุ่นโดเรมี กับสถิติทุ่มน้ำหนัก
มีนิสัยร่าเริง และคอยสร้างเสียงหัวเราะให้เพื่อน ๆ คนสุดท้ายก้อทันตแพทย์สุดสวย (จำตัวย่อคณะมะได้ กร๊ากก) คุณหมอฟันนี่น่ารักเข้าขั้นดาวคณะเรยนะ นิสัยดีด้วยล่ะ คำพูดที่เค้าพูดกับปร้าบ่อยที่สุดก้อครือ "อุ้มม..ตื่นได้แล้ว" กับ "อุ้มม...ลุกมาอ่านหนังสือเดี๋ยวนี้ จะสอบพรุ่งนี้แระนะ" กร๊ากกกกกกก รูมเมทแสนดี แถมตอนนี้กลายเป็นเพื่อนสะใภ้อีกหนึ่งตำแหน่ง เพราะแต่งงานไปกับเพื่อนร่วมรุ่นของอิปร้าคร่ะ ตอนนั้นก้อสนุกสนานเฮฮา และก้อสนิทกันพอสมควร เพราะนอนด้วยกันทุกวัน แยกกันก้อตอนวีคเอนด์แค่นั้นเอง แต่ตัวแปรนึงที่ทำให้อิปร้ากะรูมเมทมีกิจกรรมฮา ๆ ร่วมกัน ก้อต้องให้เครดิตเจ้าแก๊งนี้เรยคร่ะ บัดดี้ตัวแสบจากคณะวิดวะ(EG) นั่นเอง
แน่นอน อยู่หอ ก้อต้องมีบัดดี้หอ เค้าก้อจับฉลากกันนั่นล่ะ ห้องอิปร้าก้อโชคดี๊ โชคดี จับได้ห้องที่บรรดาสาว ๆ จากหลาย ๆ คณะจ้องอยากจะได้เป็นบัดดี้ (เพราะคุณเธอไม่รู้ความจิงกันอ่ะจิ กร๊ากก) บัดดี้อิปร้ามีทั้งหมด 8 คนคร่ะ ตอนแรก 6 นะ หลัง ๆ เนียนเป็น 8 ก้อห้องเดียวนี่แหละ แต่เธอมีการสิงสู่เกิดขึ้นในห้อง บางคนก้อมีหอนอกอยู่ ๆ แระ แต่จะมาเป็นสัมภเวสีสิงห้องเพื่อนเป็นระยะ ๆ เรยเนียนนับเป็นบัดดี้ห้องอิปร้าไปด้วย กลุ่มนั้นเค้ารวบรวมเอาคนที่หน้าตาดี สูง เท่ห์ มาอยู่ด้วยกันคร่ะ เรยเป็นที่กี๊ซซของสาว ๆ (เพราะหลงผิด) มารู้จักจิง ๆ จะรู้ว่าตะละคน ฮาได้โล่ววว แล้วก้อแสบซ่าส์กันชะมัด ก้อตามประสาเด็กวิดวะนั่นล่ะคร่ะ ตอนนั้นสองห้องก้อสนิทกันพอควรคร่ะ เจ้าพวกนั้นขยันหาอะไรฮา ๆ มาให้ทำ บางวันคึก ๆ ก้อมีให้รีเควสเพลง เพราะมีคนขนเครือ่งเสียงมาไว้ที่ระเบียงห้อง เปิดซะลั่นหอ 3-4 จนมีคนตะโกนเฉ่ง
บางวันก้อชวนกันปีนดาดฟ้า เดินมาที่หลังคาห้องพวกปร้า มาหย่อนขนมให้ (ห้องปร้าอยู่ชั้นบนสุดคร่ะ) พอถึงช่วงวันเกิดใคร และบังเอิญใกล้ ๆ กัน ก้อจัดงานร่วมกันคร่ะ เหตุการณ์ที่จำได้ดีจนทุกวันนี้ (เพราะโดนแซวอยู่ร่วมเดือน) คือตอนวันเกิดอิปร้า ที่ใกล้กับรูมเมท และก้อตาบัดดี้คนนึง ก้อเลยนัดฉลองวันเกิดกัน ตอนนั้นจำได้ว่า สระว่ายน้ำมาตรฐานกะสระกระโดดเพิ่งสร้างเสร็จใหม่ ๆ ก้อจัดแจงเตรียมเค้ก ขนม น้ำดื่ม(แอลกอฮอล์ 8%
กร๊ากกก ) ไปฉลองกันบน platform ของสระกระโดดนั่นล่ะคร่ะ ป้าดดด แล้วปีนกันขึ้นไปชั้นบนสุด อิปร้างี้ขาสั่นพั่บ ๆ เพราะกัวความสูง ก้อกินไป ฉลองไป ดื่มไป พอเจ้าพวกนั้นคึก ๆ เล่นโดดลงสระกันเช้ยยย ยังกัวต้องลงไปงมที่ก้นสระอยู่เรย เพราะกึ่ม ๆ กันทั้งนั้น (ได้ข่าว อิปร้าว่ายน้ำมะเป็น จะไปงมเค้าได้เรอะ) ก้อฉลองกันจนขึ้นวันใหม่ ก้อได้เวลากลับห้องนอน และแน่นอน จะเข้าหอกันยังไงล่ะทีนี้ ประตูหอปิด 4 ทุ่ม 555+ จาเรินแระ มีทางเดวก้อคือ ปีนลูกกรงเหล็กดัดตรงระเบียงชั้น 1 แล้วมุดไปเข้าตึกตรงชั้น 2 คร่ะ ตอนนั้นก้อแบบ..เอิ่มม สูงอ่ะ แต่ ๆๆ ไม่มีทางเลือก เอาฟระ ปีนก้อปีน อิปร้าก้อเป็นคนสุดท้ายล่ะที่ปีนหอ (มัวตะยืนสวดมนตร์ 55+) ตอนนั้นก้อปีน ๆๆ ท่ามกลางสายตาลุ้น ๆ ของบัดดี้ 2 หน่อ กับอีกหลายหน่อที่ขึ้นห้องไปแระ มายืนดูตรงระเบียงห้อง ประหนึ่งเชียร์กีฬาปีนเขา (คือตอนนั้น ทุกคนรู้หมดแระ ว่าอิปร้ากัวความสูง เพราะตอนขึ้น platform นี่ ขาสั่นกันให้เห็นเรยทีเดว) ปีนไปได้ครึ่งทาง จะเพราะง่วง รึเพราะกึ่ม (จิง ๆ ดื่มไปนิดเดวจิงจิ๊งงงง แระก้อแค่ spy เองอ่ะ) ไอ้มือที่คิดว่าจับลูกกรงเหล็กดัดไว้แร้ว มันดันไม่ได้จับ พอปล่อยมืออีกข้าง ทีนี้เรย...ตกอิสระคร่ะ กร๊ากกกกกกกกกก ร่วงจากเกือบจะถึงพื้นชั้นสอง ลงมาพื้นดิน (ซึ่งก้ออยุ่ต่ำกว่าชั้น 1 ลงไปอีก เพราะตัวพื้นหอจะยกจากพื้นดินพอสมควร) ได้ยินเสียงรูมเมทกะเหล่าบัดดี้ร้องซะลั่น (ชวนให้โดนคนอื่นทีนอนตะโกนเฉ่งยิ่งนัก) แต่ตอนนั้นโชคดี ที่พื้นใต้หอมันเป็นดินนิ่ม ๆ อิปร้าเรยไม่เจ็บมาก เจ็บข้อเท้านิดหน่อย ตั้งท่าได้ก้อรีบปีน ๆๆๆ แปร๊บเดวถึงชั้น 2 ลืมกัวความสูงไปเรย เพราะตอนนั้นอ่ะ มันอายยยมั่ก
เรยฮึดปีนหนีความอายแบบม้วนเดียวจบ 5555+ จากนั้นก้ออย่างที่บอกอ่ะคร่ะ พอหายตกใจกัน เรยกลายเป็นโดนล้อไปอีกร่วมเดิน อั๊ยย ตกหอ ๆๆๆๆ
ส่วนกิจกรรมที่ทำร่วมกับเพื่อนในคณะ ก้อมีตอนงานกีฬา ที่อาจหาญไปเป็นนักกีฬาบาสฯคร่ะ จิง ๆ ตอน ม.ต้นเป็นนักบาสฯของโรงเรียนเรยนะ แต่เล่นเพราะชอบเล่น ไม่ได้เล่นเก่งอ่ะ เล่นสนุก ๆ เพราะตอนนั้นอยู่แก๊งทอมบอย เป็นนักกีฬาทั้งแก๊ง แถมไม่ได้เล่นมานาน (ตั้งกะเข้าเตรียมฯ) ลงไปแข่งกะเค้าที โฮกกก หืดจับ ๆๆ อย่างอื่นก้อลงขำ ๆ ที่ฮากันที่สุด ก้อ ฟุตบอลหญิงนี่ล่ะคร่ะ วุ้ยย ตะละคน เตะบอลกันเป็นทั้งนั้นน เตะวืด ๆๆ เหมือนวิ่งไล่จับลูกบอล ดูสับสนวุ่นวายเป็นที่สุด แต่ก้อเป็นกีฬาที่ฮาที่สุดทั้งคนเล่นคนเชียร์นั่นล่ะคร่ะ (ตัวสำรองคือผุ้หญิงของทั้งคณะที่ว่างมาเชียร์ เปลี่ยนตัวกันเป็นว่าเล่น กร๊ากกก) อีกงานก้อ"งานไนท์" คร่ะ แต่ละคณะ จะกำหนดวันที่จัดงานไนท์ของตัวเอง ก้อประมาณออกงานแฟร์ ขายขนม เล่นเกมส์ มีการแสดง ตกดึกก้อเปิดเธคแบบบ้าน ๆ เต้นกระจายโต้รุ่ง รายได้ก้อเข้าคณะไปคร่ะ ตอนนั้นก้อจับพลัดจับผลู จากคนขายลูกชิ้น กลายเป็นพิธีกรงานไปได้ไงมะรู้ มะได้เกี่ยวกันเล้ยยย แต่ก้อเป็นที่สนุกสนานเฮฮา และเป็นที่กล่าวขวัญถึงมั่ก เพราะมีเพื่อนที่รู้จักกับ Rocket sound ร้านแต่งรถชื่อดังสมัยนู้นนนนน เค้าเรยให้ยืมรถคอนเทนเนอร์ที่ติดตั้งเครื่องเสียง คันที่โปรโมทอัลบั้มของเจ เจตรินนั่นล่ะคร่ะ (ใครเกิดมะทันบ้าง 555+) มาจอดเล่นเพลงกันในงาน เสียงกระหึ่มม แด๊นสึกันกระจุยกระจายไปเรย ตอนนั้นชอบเวลามีงานไนท์มากก เพราะสนุกดี อารมณ์ประมาณงานวัด 55+ ที่ชอบที่สุด ก้อตอนเต้นลืมตายยช่วงสุดท้ายของงานนี่ล่ะคร่ะ
อ้อ ๆๆ ลืมพูดถึงเครือ่งแบบประจำสถาบัน เวลามางานไนท์ หรือปกติหลังเลิกเรียน ที่นี่เค้าก้อใส่เสือ้นักศึกษา รึเสือ้ยืดกับกางกางเลนั่นล่ะคร่ะ ซึ่งก้อเป็นอีกผลิตภัณฑ์ที่แทบทุกคณะ ต้องออกแบบสกรีนลายของคณะตัวเองออกขายหารายได้เข้าคณะ แต่ตอนนั้นคณะปร้าไม่ได้ทำล่ะมั้ง ขี้เกียจ 55+
จิง ๆ มันก้อมีเรือ่งราวสนุก ๆ อีกมากนะคระ สมัยเป็นเฟรชชี่ ไม่ว่าจะเรือ่งรับน้องของสถาบัน รับน้องคณะ ตะเขียนต่อก้อยาวเกิ๊นนน (ข้างบนนั่นยังไม่ยาวอีกเรอะปร้า) แถมรายละเอียดหนุก ๆ ก้อสูญหายไปเยอะแระ เพราะเวลาผ่านมาเนิ่นนานนน....น...... จะว่าไปก้อร่วมกิจกรรมไม่เยอะเท่าไหร่ เน้นนอนกะเรียน กร๊ากกก แต่ก้อถือว่าได้ประสบการณ์ดี ๆ ให้กับชีวิตมากมายแล้วล่ะคร่ะ
ไว้มีเวลา จะมาเล่าตอนที่ 2 ให้ฟังต่อ ว่าเข้าสู่ปีที่ 2 ของชีวิตนักศึกษาแพทย์แล้วจะเป็นยังไง ปี 1 อ่ะ มันแค่เซิร์ฟ ๆ เพราะเรียนไม่ต่างจากคนอื่นมากนัก แต่ปี 2 คือเริ่มเรียน preclinic นี่ล่ะของจิง ช่วงเวลาที่ทุกคนจะได้ลึกซึ้งกับคำว่า "นรกมีจริง" กร๊ากกกกกกกกกกกก
(ได้ข่าว มีคนที่กำลังสัมผัสช่วงเวลาหฤโหดอยู่แถวนี้หนึ่งคน Hwaiting !!!!! นะคระคุณน้องงง ขอให้โชค A !!!!!)
อุ๊ยตาย...เหลือบขึ้นไปดู เขียนซะยาวโฮกกก (ก้อมันเพลินอ่ะ อิอิ) ใครอ่านจบ มาเอารางวัลเร้ว 55+
พีเอ็ดสึ เห็นทรงผมใหม่ตะละคน ก้อให้หวาดหวั่นน รอดูรูปคอน SM จากเกาวันนี้ วุ้ยยย จะออกมาเป็นไงกันบ้างน้า ๆๆ
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
อิหมีโหล่วววโฮกกกก กะนุ้งแจเซะซี่
---> มาแต่ตัวอักษร เพราะยังไม่เห็นเอง 555+
อิแจต้องโป๊วววแน่น้อนนนน
โฮกกกกกก อยากเห็น ๆๆๆๆๆ มะไหร่รูปจะอ๊อกกกกกก
เด็กน้อยปล่อยของแร้วมารับผิดชอบโด้ยยยย
โฮกกกกก แด๊นสึแบ๊ทเทิ่ลลล อยากดู ๆๆๆๆ
พีเอ็ดสึ เล่นคอนสลับวงไปมาแบบเน้ กันคนเดินออกอ๊ะป่าว กร๊ากกกกกกกก มาตรการใหม่เอสเอ็ม 55+
ไปแระ ๆๆ
จะหายหน้าหายตาไปซักสองวัน มีภารกิจฟิชโช่ต้องไปสำรวจรีสอร์ทเปิดใหม่ที่หัวหิน
อิยะ5555
แล้วจะเที่ยวเผื่อนะคร้าทู้กกกโคนนนน
อุกี๊ซซซซ แม่เจ้า อิหมีนั่น เด็กเซิร์ฟแถวโอกินาว่ารึป่าวนั่น โอ้วววม่ายน้า ๆๆๆ ขอรูปชัด ๆ มาดูหน่อยดิ๊
นุ้งแจกะเคโระ